Entry นี้ จะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตที่เป็นที่นิยมเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว สมัยที่บ้านเรา ประเทศไทย ยังนิยมใช้เครื่องยนต์ 2 [2T ย่อมาจาก 2Stroke] จังหวะเป็นหลัก ไม่ว่าจะขนาดเล็กใหญ่ หรือรูปแบบไหนๆ ก็เป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะหมดเลย ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซด์แบบ Family และ MiniSport,FamilySport ไปจนถึง มอเตอร์ไซค์สปอร์ต เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ที่ดูแลง่าย กลไกลไม่ซับซ้อน และทนทาน มีจุดเด่นที่สุด คือให้ความเร็วสูงถึงแม้จะมีความจุหรือ CC ไม่มาก อาจจะมีข้อเสียบ้างตรงที่ เสียงดัง ควันเยอะ และเปลืองน้ำมันมาก ถ้าเทียบกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ แต่เมื่อ 10 ปีก่อน น้ำมันลิตรละ 10 กว่าบาท เลยไม่มีใครแคร์เรื่องประหยัดน้ำมันเท่าไหร่ ซึ่งในบรรดา 2T ในยุคนั้น ก็มีรุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นตัวจี๊ดอยู่เยอะพอสมควรเลยล่ะ เลยเอามาเป็นประเด็นการอัพเดทบล็อกครั้งนี้ เผื่อบางคนที่ยังไม่รู้จัก และคนที่รู้จักบ้างจะได้ไม่ลืม

 


ขอยกตัวอย่างตัวท็อปๆ อย่างมอเตอร์ไซค์สปอร์ตก่อนละกัน ไล่ตามค่ายเลยนะเอาตามที่ผมพอรู้จัก

 

Suzuki RGV 150 

 

นิยามของความคลาสสิค ก็แล้วแต่ของแต่ละคนครับ แต่ถ้าเป็นคนรุ่นๆพ่อผม น่าจะรู้จักรุ่นนี้ Suzuki RGV เป็นรถสปอร์ต 150CC รุ่นแรกๆที่มีความจุ 150cc และไฟหน้าฮาโลเจน จุดเด่นคือรูปทรงสปอร์ตที่เพรียวบาง ลวดลายที่ดูสปอร์ต ถ้าเทียบสมัยนั้น ถือว่าเป็นรถที่เร็วแรง ที่สุดช่วงหนึ่ง แรงไม่แรง ก็ได้ฉายาอีกชื่อว่า "จรวดทางเรียบ" เป็นรถที่คนยุคนั้นจำได้ไม่ลืม เพราะความประทับใจความแรงของคนที่เคยขับ RGV ในยุคนั้น ทำให้มีการปลุกชีพ เจ้าม้าเหล็กตัวนี้ ให้ออกมาวิ่งได้เหมือนเดิมอยู่เรื่อยๆ

 

Suzuki RG Gamma 150 

 

 

มอเตอร์ไซด์สปอร์ตเต็มรูปแบบของ Suzuki มีรูปทรงที่ถอดแบบมาจาก RG-500 ที่พี่หลิวเต๋วหัว ใช้ใน "ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ" ภาคแรก โดยเฉพาะไฟหน้าทรงเดียวกัน ใครอยากเป็นพี่หลิว ก็ต้องรุ่นนี้แหละ ฮ่าๆ Gamma มีแฟริ่งที่ใหญ่และล้อแม็ก ให้อารมณ์ Bigbike และโครงสร้างที่แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ อย่าง RGV หรือ Flash สวิงอาร์มที่มีลักษณะเฉพาะตัว รุ่นนี้มีระบบ วาว์ลไอเสีย AETC สำหรับเพิ่มรอบเครื่องยนต์ในความเร็วสูงๆอยู่ด้วย ซึ่งในยุคนั้น ทุกค่าย ต่างก็แข่งกันพัฒนา เครื่องยนต์กันอย่างดุเดือด Gamma ถือเป็นรุ่นท้ายๆ ที่ Suzuki กำลังจะเลิกพัฒนามอเตอร์ไซค์สปอร์ต 2 จังหวะในบ้านเรา ซึ่งความนิยมก็ข้อนข้างน้อยกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะถามจากนักเลงมอไซด์ยุคนั้น เค้าว่ากันว่า วิ่งรอบสูงๆแล้วสูบติดกัน เพราะรอบเครื่องยนต์ที่จัดจ้านเกินไปการขยายตัวของชิ้นส่วนไม่สัมพันธ์กัน บิดทีไฟออกท่อเลยนะ ก็ฟังเค้ามาอีกที เหอๆ

ภาพโฆษณาสมัยนั้น

Honda HX 135 Fighter

 

สมัยนี้หาได้ยากแล้วสำหรับรุ่นนี้ แต่ผมคิดว่าบางคนอาจยังไม่รู้จัก Honda Fighter เครื่งยนต์ 135CC จุดเด่นที่หน้ากากที่มีขนาดใหญ่ คลุมไฟหน้าขึ้นมา และดีไซน์ไฟท้าย ที่เก๋ไม่เหมือนใคร เข้าใจว่า Honda มักจะโดดเด่นเรื่องการออกแบบ มาตั้งแต่ยุคนั้นแล้ว ผมเกิดมาไม่ทันรุ่นนี้ครับ แต่ก็ยังพอเสิร์จเจอบ้าง นานๆทีจะเห็นวิ่งบนถนน ในเว็บต่างประเทศก็ใช้ชื่อ HX 135 คงจะเป็นชื่อรหัสรุ่นนี้ 

Honda NSR 150 RR


             สปอร์ตสุดเท่ของ Honda ที่พัฒนามาจาก NSR รุ่นเดิมก่อนหน้านี้ จุดเด่นที่ดีไซด์ไฟหน้ากลมคู่ ให้อารมณ์ของหนัง Rider ยุคเก่าๆ 90 ที่หลายคนเรียกรถรุ่นนี้ว่า "รถไอ้มดแดง" เพราะมันมีรุ่นที่พระเอก Rider Black ใช้ คือ Suzuki Gsx-R 250 ที่เป็นไฟกลมคู่เหมือนกัน ในยุคนั้นมีอีกรุ่นคือ Yamaha TZ-R ที่ไฟหน้ากลมคู่คล้ายๆกัน ขนาดมาดูตอนนี้ผมว่ามันยังเท่ห์เลย NSR 150RR คันนี้ ใช้ระบบวาล์ว RC-Valve ที่มีต้นแบบมาจาก NSR ตัวเดิม เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีการปรับปรุงความแข็งแรงของตัวรถ และแฟริ่งที่ครอบ ตั้งแต่หน้าถึงท้ายรถ ที่ดูทรงพลังและทันสมัย ความใหญ่และแน่นหนา ล้อแม็ก 6 ก้าน ขอบ 18 นิ้ว ให้อารมณ์ Bigbike เป็นรุ่นที่นิยมมาก และปัจจุบัน ก็ยังมีให้เห็นง่ายๆ ว่ากันว่าบิดกันได้เฉียดๆ 200 กันเลยนะรุ่นนี้

 

Yamaha TZ-R 150


 

สปอร์ตตัวแรงดีไซน์โดนๆ ของ Yanaha เป็นอีกรุ่นที่คนเรียกติดปากว่า รถมดแดง เพราะมันมีไฟหน้ากลมคู่นี่แหละ การออกแบบที่ดูเท่ แปลกตา และความเก๋าแบบนักเลงมอเตอร์ไซค์ เป็นเสน่ห์ของรุ่นนี้ ถึงแม้รูปทรงที่ดูเพรียวเบาตรงยาวชี้ไปด้านหลัง และล้อซี่ลวด จะไม่ให้อารมณ์ Bigbike 100% แต่เรื่องความเร็วไม่ได้ทิ้งจากค่ายอื่นเลย เครื่องยนต์ TZ-R คันนี้ เป็นเครื่องยนต์ที่ติดตั้งวาล์วไอเสียอัตโนมัติชื่อระบบ YPVS เป็นเทคโนโลยี่ที่ยามาฮ่าภาคภูมิใจ มีนำหนักรถที่เบา เครื่องยนต์แบบมีหม้อน้ำ เสียงท่อที่แหลมเป็นเอกลักษณ์ TZ-R ก็เป็นอีก 1 รุ่นที่ได้รับความนิยมพอสมควรเลยล่ะ

 

เป็นรูปทรงที่ดูน่าหลงไหลพอสมควรเลยนะ

Yamaha TZ-M 150

 


รุ่นที่วางตลาดต่อจาก TZ-R มอเตอร์ไซค์สปอร์ต เต็มรูปแบบ Yamaha TZ-M ยังคงใช้ระบบ YPVS แต่วาล์วมีจังหวะเปิดเพื่มขึ้นเป็น 3 ระดับ มีความแตกต่างจาก TZ-R อย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ได้ความเป็น Bigbike Sport มีการใช้โครงสร้างแบบ Delta-Box ที่แข็งแรงมาก ล้อหน้า-หลังเป็นล้อแม็กและ Disk-Break ทั้ง 2 ล้อ แฟริ่งแบบแยกส่วน ที่ดูใหญ่โตตั้งแต่หน้า-หลัง ไฟหน้าที่เป็นไฟเดียว น้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นและขนาดที่ดูใหญ่ขึ้น รุ่นนี้มีมีชื่อนึงว่า "รุ่นใหญ่ ตามใครไม่เป็น" เพราะ Dimension ที่ดูใหญ่ และ Size เครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดใน บรรดารถสองจังหวะสมัยนั้น (ไม่รวมรถนำเข้านะ) แต่หลายๆคนกับตั้งชื่อให้ใหม่ว่า รุ่นใหญ่แซงใครไม่เป็นซะงั้น คงเป็นเพราะน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้น แหละแฟร่ิงที่โปร่งทำให้ ต้านอากาศ เมื่อเทียบกับ 150 cc ของค่ายอื่นที่ออกในปีเดียวกันแล้ว ความเร็วอาจจะตกเป็นรอง แต่ถ้าผ่านการปรับแต่งแล้ว เชื่อว่าคนที่ชอบความเร็วทั้งหลาย คงมีการปรับแต่งกันอยู่แล้วล่ะ อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเป็นรถที่คนนิยมไม่น้อยเลย เพราะความเป็นรุ่นใหญ่ มันเท่จิงๆ

 

 

Part แรกเอาไว้แค่นี้ก่อนนะ ลืมไปว่ามี KR แต่เด๋วค่อยมาต่อ Part 2 

Tags: 2t, bike 4 Comments

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (27.130.42.250|27.130.42.250) on 2015-05-17 19:23

#3 By (27.55.239.55|27.55.239.55) on 2014-05-29 14:31

open-mounthed smile

#2 By (103.10.230.203|103.10.230.203) on 2014-02-10 14:46

รอ Part สองอยู่เน็อ

#1 By a0f (103.7.57.18|101.109.180.164) on 2013-02-15 06:47