Kawasaki Ninja 250R

              ไม่ได้อัพเดทมานาน เนื่องจากขี้เกียจ + มีงานประจำแล้วครับ และเวลาว่างหลักๆ ก็ใช้ในการเที่ยวต่างจังหวัด เป็นการออกทริปคนเดียว แบบไม่มีการวางแผนครับ อารมณ์ว่าอยากออกก็ออกเลย แต่วิ่งแถวๆกรุงเทพกับจังหวัดไกล้เคียง มันก็ชักจะน่าเบื่อไปแล้วครับ ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราได้เดินทางในระยะทางที่ไกลกว่านี้ ไปในเส้นทางใหม่ๆ และได้ใช้ความเร็วได้เต็มที่กว่านี้ จะน่าตื่นเต้นขนาดไหน และแล้ว ผมก็ตัดสินใจวางแผนออกทริปทางไกลแบบมือสัมครเล่นครับ คือเตรียมสัมภาระเท่าที่จำเป็น,โน้ตบุค,ที่ขาดไม่ได้คือ เงินค่าน้ำมัน และเช็คสภาพรถก่อนออกทริปด้วย

 





 

ย้อนกลับไปเมื่อวันนี้ 22 กรกฎาคม 2012 ที่ผ่านมา ผมได้ตัดสินใจออกทริปเดี่ยวที่ไกลที่สุด คือไปจังหวัดขอนแก่น เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางออกจากตัวเมืองกรุงเทพและเขตปริมณฑลด้วยรถมอเตอร์ไซค์ และสัมภาระไม่กี่ชิ้น รอบนี้ไปถึงภาคอีสานกันเลยทีเดียว ระยะทางโดยประมาณ 450 กิโลเมตร เส้นถนนมิตรภาพ ตรงยาวๆเลยแบบไม่มีพัก จะพักก็แค่ปั้มน้ำมันเท่านั้นครับ จุดประสงค์ก็เพื่อไปทำธุระสำคัญบางอย่าง และไปพบเจอเพื่อนที่เป็นสถาปนิกที่โน่นด้วย การเดินทางในทริปนี้ ใช้เวลาไป 6 ชม. ซึ่งผมก็งงว่า มัน 6 ชม.ได้ไงหว่า วิ่งไม่ต่ำกว่า 120 km:h  ตลอดทางเลย -_-"


อย่างที่ใครบางคนได้กล่าวไว้ว่า "การเดินทาง ไม่ได้สำคัญที่สุดที่การไปถึงที่หมาย แต่เป็นสิ่งที่เราเก็บเกี่ยวได้ระหว่างทางต่างหาก"ทริปนี้นอกจากจะเป็นการออกทริปทางไกลที่สุดครั้งแรกของผมแล้ว ยังได้ประสปการณ์ใหม่ด้วย ซึ่งก็คือ ได้เจอกับเพื่อนร่วมทางที่เป็น Biker เหมือนกันครับ ชายผู้ขับ Kawasaki Ninja 250R สีเขียว ปี 2012 คันนี้


คันนี้เอารูปมาจากเว็บอื่นนะแต่ลายนี้ล่ะ

การบังเอิญได้พบเจอกันครั้งนี้ เริ่มมากจากการเดินทางในเส้นทางเดียวกัน และและพักที่ปั้มเดียวกันครับ ขับไปได้ไกลพอสมควร และสังเกตุเห็นว่า ขับตามกันมาตลอกทาง คือผมขับตามเค้าแหละ พี่แกเล่นบิดซะหมดปลอก แถมเทียบสเปกแล้ว Ninja จะมีอัตราเร่งทีความเร็วปลายดีกว่า CBR ครับ



ขับมาได้ซักระยะหนึ่ง พี่เค้าก็จอดและสงสัญญาณ และทักทายกัน ถามผมว่าจะไปไหน ผมก็ตอบไปว่า ไปขอนแก่นครับ พี่แกก็ตอบมาว่า งั้นไปด้วยกับเลย พี่จะไปอุดรพอดี ทางผ่าน อ้อ.. ok เลยครับ ได้คนนำทางแล้ว ถึงจะเป็นเส้นทางที่ไม่ซับซ้อนมาก แต่การเดินทางครั้งแรก ผมก็ยังหลอนๆ อยู่ดี มีเพื่อนร่วมทางก็ไม่เลว แต่ที่เจ๋งกว่านั้น คือพี่แกถามผมว่า เคยขับ Ninja มั้ย ผมก็ตอบไปว่า ไม่เคยครับ (ที่จิงเราก็เคยนะ แต่เป็นรถของรุ่นพี่ ก่อนที่เค้าจะขายไป แต่ก็อย่าไปนับเลย เพราะไม่ได้ซัดอะไรมาก)เอาล่ะ มาแลกกันขับหน่อย โอ้วว เอางี้เลย พี่แกใจสปอร์ตมาก แลกรถขับกับคนที่ยังไม่รู้จักอย่างผม แต่ก็ดีครับ ผมก็อยากลองเหมือนกัน ว่าถ้าได้ซัดเต็มที่ จะมันส์ขนาดไหน อยากรู้ความแตกต่างเปรียบเทียบกับน้องซีของผมด้วยครับ


ว่าแล้วพี่แกก็นำไปเลย โดยควบ CBR ของผม ขับนำไปก่อน ผมก็ขับ Ninja ของผมตามไปติดๆ และรู้สึกได้ถึงแรงม้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ 8,000 รอบขึ้นไป ถึงการออกตัวจะไม่พุ่งปรีดเหมือน CBRแต่ความเร็วช่วงปลาย ทำได้ดีกว่าอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะความเร็วที่เกิน 150 km:H ขึ้นไป ผมรู้สึกได้ ว่าอัตราเร่งมันต่างกันพอสมควรเลย แต่ที่น่าแปลกใจคือ การที่ผมขับรถที่น่าจะเร็วกว่ารถตัวเอง แต่ผมก็ยังตามหลัง CBR ของผมอยู่เหมือนเดิม ขนาดไมลืนินจาขึ้นไป 170 กว่า ยังแซงไม่ได้ อาจเป็นเพราะทักษะการขับขี่ก็เป็นได้ แต่ก็ช่างเถอะ ณ ตอนนั้น เราขอสนุกให้เต็มที่กับรถคนอื่นดีกว่า บิดให้มิดไมล์ไปเลย



สิ่งที่รู้สึกได้กับ Ninja คันนี้นอกจากความเร็วแล้ว ยังเป็นการควบคุมรถที่ให้สัมผัสที่แตกต่างกัน ทั้งระดับความสูงของรถที่ต่ำกว่า ทำให้ผมเหยียบพื้นได้ง่ายกว่า ท่านั่งที่สบายกว่าที่คิด ถึงหลายคนจะบอกว่ามันปวดหลังและก้มกว่า CBR แต่ผมกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยครับ รู้สึกสบายด้วยซ้ำ อาจจะมีที่ไม่ชอบนักตรงช่วงล่างกับคลัทซ์ และการเข้าเกียร์ ที่อาจจะแข็งกระด้างซักหน่อย + กับความไม่คุ้นเคยด้วย แต่การที่รถต่ำและตำแหน่งแฮนของ Ninja ทำให้ตำแหน่งคนขับถูกบังด้วย ชิว มากกว่า CBR ครับ หมอบกันง่ายกว่า เลยไม่แปลกใจว่า หลายคนที่ขับ CBR ไปแต่งชิวกันซะสูงเลย ความเร็วสูงสุดที่ผมทำได้กับ Ninja คันนี้ คือ 181 Km:H ในทางตรง


รูปจาก http://www.gotoknow.org/blogs/posts/319456 เพราะลืมถ่ายไว้เอง


เส้นทางลำตะคลอง ถนนมิตรภาพ เป็นเส้นทางที่ขับแล้วได้อารมณ์การขับขี่ที่อิสระดีมากครับ เพราะถนน 4 เลนที่โล่ง ถึงแม้ว่าจะมีรถอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ติดเหมือนในตัวเมืองกรุงเทพ จะว่าไป ติดหนึบกว่าในกรุงเทพ มันไม่มีอีกแล้วครับ เส้นทางตรงที่เห็นวิวและเส้นทางข้างหน้าเป็นทางขึ้นลงและคดเคี้ยว ทางโค้งที่ยาวและเอียงรับกับแรงเหวี่ยงของรถ เป็นโค้งที่ให้อารมณ์ของการไต่เพดานอากาศ ราวกับว่า จะบินได้เลยทีเดียว ถ้าในอนาคต ได้ขับรถที่มีความเร็วสูงกว่านี้มันต้องมันส์มากแน่ๆ เพราะนี่ก็สนุกมากแล้ว


CBR 150 อีกคันไม่เกี่ยวนะ 555+ แค่จอดไกล้กัน

หลังจากที่ได้แลกกันอัดรถกันเต็มที่พอสมควรแล้ว ก็แวะพักปั้มกันซะหน่อย เพราะตากลมกันมาพอแล้ว ก็ได้นั่งคุยกับพี่เจ้าของ Ninja คันนี้ พี่แกชื่อพี่สัก ครับ เป็นข้าราชการทหาร พี่แกบอกว่าแกเป็น Biker มาหลายปีแล้ว แถมชวนผมไปที่บ้านแกที่อุดรด้วย แกบอกจะให้ลอง R1 โอ้ว *0* ใจดีมากเลย แกบอกว่าCBR คันนี้ยังวิ้งได้อีก ในอนาคตพี่คิดว่าน้องต้องอัพ CC ของรถอยู่แล้ว แต่ก่อนจะเปลี่ยนรถ พี่อยากให้บิดมันให้เต็มที่ซะก่อน น้อยคนจะขับรถ 1 คันได้ถึงขีดสุด พี่ขับรถใหญ่มาก่อน พี่รู้ดี CBRคันนี้พี่ก็มี 1 คัน มันเป็นรถที่ดี ประหยุดน้ำมันมาก เติม E20 ก็ไม่งอแง แต่ก็เป็นรถที่เร็วขอแค่ท่อสูตรซักใบ 150 Up สบายๆ  ซึ่งจะว่าไป ผมก็ยังไม่ได้ปรับแต่ง และขับมันด้วยความเร็วเต็มที่ซักครั้ง เห็นที ต้องโมดิฟายกันหน่อยแล้วครับ เดิมๆมานานละ เพราะฝังใจว่าถ้าปรับแต่งแล้วมันจะอยู่กับเราไม่นาน คิดดูอีกทีอะไหล่ยังไงถ้าพัง มันหาเปลี่ยนได้ อย่าให้เรื่องบางเรื่องมาปิดกั้นความสุนกอย่างที่ได้ในวันนี้เลย ได้คิดใหม่ก็วันนี้แหละ


จะเปลี่ยนรถง่ายๆได้ไง ยังผ่อนไม่หมดเลย เหอๆ

ตอนนี้ยังใช้หมวกของ Index อยู่เลย

ท่อสูตรเทพ มิน่า บิดกระจายยย

เรือนไมล์ Digital พี่เค้าแต่งเนียบมาก

เราก็ถ่ายรูปรถเพลิน ลืมถ่ายรูปกับเจ้าของรถเลย ไว้คราวหน้าๆ


จบการเดินทางขาไปครั้งนี้ พี่สักก็ได้พาผมไปส่งถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ต้องขอบคุณพี่เค้าจิงๆ ที่ทำให้ผมได้สนุกกับการเดินทางครั้งนี้ มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ ที่เราบังเอิญเก็บเกี่ยวได้ระหว่างทาง การเดินทางด้วยรถ 2 ล้อนี่ มันไม่ธรรมดาจริงๆ นอกจากจะเจอเพื่อนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ยังได้ประสปการณ์ใหม่ๆตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทาง เพื่อนผมบอกว่า ลูกผู้ชายมีมอเตอร์ไซด์ ก็เหมือนคาวบอยกับม้าคู่ใจ ที่อยากไปไหนก็ไปได้ แค่เราอยากจะไป มันแค่นั้นจริงๆ

 


Credit :  http://www.mbike.com 
Engine and transmission

Engine type:

2 cylinders, 4-stroke, Inline

Displacement:

249 cc (15.21 cubic inches)

Bore × stroke:

62 mm × 41.2 mm (oversquare - shortstroke)

Cooling system:

Water cooled

Power:

29.91 HP (22 kW) @ 10500 rpm

Torque:

21.7 Nm (2.21 kg-m) @ 10000 rpm

Throttle:

Cable operated

Valves

 

Valve train:

DOHC, variable

Valves per cylinder:

4

Fuel and ignition

 

Sparks per cylinder:

1

Fuel supply system:

Fuel injection

Ignition type:

Digital CDI

Funnel diameter:

28 mm

Compression:

11.6:1

Engine mounting:

Transverse

Lubrication system:

Wet sump

Gear box:

Manual 6-speed

Clutch:

Wet, cable operated

Final drive:

Chain

Spark plug pipe type:

NGK

Motor oil:

Semi-Synthetic

Starter:

Electric

Dimensions

Physical measures

 

Length:

2080 mm

Width:

711 mm

Height:

1115 mm

Wheel base:

1400 mm

Trail:

84 mm

Ground clearance:

135 mm

Seat height:

775 mm

Weight

 

Curb weight:

170 kg

Dry weight:

151 kg

Chassis and suspension

Frame type:

steel, Single cradle frame

Front

 

Suspension:

Cartridge

Suspension travel:

119 mm

Fork angle:

26°

Brake:

Single Disk, Ø290 mm

Tire:

110 / 70 R17 R

Rear

 

Suspension:

mono shock, Swingarm

Suspension travel:

130 mm

Brake:

Disk, Ø220 mm

Tire:

130 / 70 R17 R

Other

ABS available:

No

Power-to-weight ratio:

0.13 HP/kg (7.73 kg/HP)

Acceleration (0-100 km/h):

6.5 sec

Top speed:

160 km/h

Fuel capacity:

18.16 l

Number of riders:

persons

edit @ 7 Sep 2012 02:25:42 by Terrence Ho

Comment

Comment:

Tweet