ขับมอเตอร์ไซด์สปอร์ตมา 8 เดือนได้ระครับ กับเจ้า CBR-250R หรือน้องซีของผม ซึ่งก็ชักจะไม่ไหวละครับกับถนนในกรุงเทพ เป็นเมืองหลวงของประเทศแท้ๆ แต่ถนนกลับแย่กว่าแถวๆปริมณฑล หรือต่างจังหวัดบางที่ซะอีก มีแต่หลุมและคอนกรีตที่หลุดเป็นแผ่นๆ ไหนจะถนนที่มีการขุดเจาะแต่ไม่ได้รับการซ่อมแซมที่ดีพอ ทำให้ถนนในเมืองหลวงที่ควรจะเป็นทางเรียบ นานวันมากขึ้นมันจะกลายเป็นทาง Offroad อยู่แล้วครับ การทีจะขับมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็ว หรือ ขับชิวๆ กินลม โอกาสแบบนั้นมันช่างเหลือน้อยเต็มลงไปทุกวัน เมื่อบวกกับปัญหารถติดด้วยแล้ว


วันนี้ผมจึงได้รู้ทางออกของ นักบิดหรือ Biker อย่างพวกเราครับ  นั่นก็คือ เปลี่ยนรูปแบบยานพาหนะของเรา ให้เป็นแบบที่เหมาะกับถนน ถนนที่ไม่สามารถวิ่งนิ่มๆ หรือทำความเร็วได้ ว่าง่ายๆคือการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมนั่นเอง ก่อนช่วงล่างมันจะพังไปมากกว่านี้

ทางออกที่ว่านี้คือ Dual Purpose Bike มอเตอร์ไซค์อเนกประสงค์นั่นเอง

Dual Purpose Bike ที่ว่านี้คือ มอเตอร์ไซค์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย เพื่อตอบสนองการใช้งานได้ทุกประเภท ซึ่ง Dual Purpose Bike จะนำข้อดีของมอเตอร์ไซด์หลายๆ ประเภทมารวมกัน ในรถมอเตอร์ค์ 1 คัน เช่น ช่วงล่างแบบ Motrad หรือ Enduro ท่านั่งแบบ Naked Bike สามารถบรรทุกสรรภาระได้เหมือนมอเตอร์ไซค์ Touring มีสมรรถณะ ความเร็ว การเข้าโค้งแบบมอเตอร์ไซค์ Sport ซึ่งการรวมจุดดีทั้งหลายเข้าไว้นี้ Dual Purpose Bike จึงใช้งานได้หลากหลาย แต่จะไม่สามารถดีกว่าในการใช้งานเฉพาะด้าน เมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซด์ประเภทอื่นๆ ที่กล่าวมา โดยทั่วๆไป Dual Purpose Bike จะเป็นที่นิยมตามประเทศที่อยู่ตามเทือกเขา ที่ต้องเดินทางในพื้นที่ที่เป็นทางชัน ลุยน้ำลุยโคลนบ้างเป็นบางครั้ง เป็นพื้นที่ปิด และไม่ใช่ถนน

Dual Purpose Bike จึงเป็นตัวเลือกต่อไป สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพ เพราะนอกจากจะสามารถ ไปได้ทุกพื้นที่แล้ว ยังสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไกล้จะพังมากขึ้นทุกวันในกรุงเทพ สามารถขนของได้ และขับขี่สบาย ไม่ปวดหลัง ข้อดีเหล่านี้ น่าจะพอเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจ ซื้อมอเตอร์ไซค์คันต่อไปได้อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็กำลังหาข้อมูลอยู่ ซึ่งเท่าที่พอมีให้เราได้เห็นตอนนี้ก็คือ 

Kawasaki Versys

มอเตอร์ไซค์ Dual Purpose ของค่าย Kawasaki ขนาด 650cc
ด้วยรูปทรงที่สวยงาม ลงตัว น่าสใจไม่น้อย ราคาก็พอไหว ไม่เกิน 3 แสนก็ถอยได้ละ


ติดกระเป๋า 3 ใบ แล้วดูเป็นรถที่เน้นการใช้งานจริงๆ 


มีท่านั่งที่สบาย และรูปทรงที่เน้นแอโรว์ไดนามิคอยู่บ้าง ทำให้รถทำความเร็วได้พอตัวเรยทีเดียว

BMW R1200GS Adventure


มอเตอร์ไซค์ Dual Purpose ของค่าย BMW ความจุขนาด 1200cc
มีการออกแบบรถที่ดูแข็งแกร่ง ทรงพลัง สามารถไปได้ทุกพื้นที่ แต่ราคาหลักล้าน กับ Service นี่สิ ท่าจะไม่ไหว 555+


แม้ที่ไม่ใช่ถนนก็ไปได้


ด้วยความสูงของช่วงล่าง ลุยน้ำหรือลุยโคลน ก็ไม่มีปัญหาน้ำเข้าเครื่อง

Dual Purpose Bike มีรูปทรงหลายแบบ หลายการใช้งาน บางคนสับสนกับรถวิบากก็มีครับ ผมมีตัวอย่าง Dual Purpose Bike ยี่ห้ออื่นหรือรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ค่อยเห็นในประเทศไทยก็มีนะ

Yahama TW200

 ผมสนใจเจ้าคันนี้มาก เครื่องเล็กดี แค่ 200cc ไม่เปลืองน้ำมัน คันเล็กกระทัดรัด สามารถต่อเติม ดัดแปลงเพิ่มประโยชน์การใช้งานได้หลากหลาย รูปทรงก็ดูขับขี่ง่ายไม่สูงมากนัก และหน้ารถมันดูลุยๆดีครับ แบบว่าไปเลอะเทอะได้ ไม่เสียดาย เหอๆ 

รุ่นนี้ยังไม่เข้าไทยนะ เพราะไม่ค่อยเห็น แต่ถ้ามีหลุดมาบ้างก็น่าสนไม่น้อย

 Kawasaki KLR650

คันนี้ก็ไม่เห็นในไทยครับ ผมเดาว่า ไฟหน้ามันแบบเดียวกับ Ninja 250 เรยครับ ถ้าเป็นสีดำ และเปลี่ยนเป็นล้อแม็กล่ะสวยเรย เป็นอีก 1 คันที่ดีไซด์เตะตาและน่าสนใจไม่แพ้คันอื่นๆ

เห็นได้ว่าสามารถลุยได้จิงๆ ดูท่าคนขับต้องสูงหน่อยนะ

New Zongshen Sierra 200

รุ่นนี้เป็นรถจีนครับ เครื่องยนต์ 200cc แต่ยังไม่เห็นในไทยนะครับ คิดว่า ถ้ามีมือ 2 หรือใครหิ้วมา ก็น่าสนใจมาก สีดำด้าน รูปร่างคล้ายกับรถวิบาก และแฟริ่งที่หุ้มเกือบทั้งคัน ดูดีนะเนี่ย

คันเล็กกระทัดรัด และขับขี่ง่าย คล่องตัว น่าสนใจอีกคัน

ทั้งหมดนี้เป็นไอเดียสำหรับรถคันต่อไปของผมนะครับ ก่อนจะซื้อคันต่อไปก็ต้องเก็บเงิน + เก็บข้อมมูลให้เยอะๆ เพื่อการตัดสินใจครับ ถ้ามีอะไรใหม่ๆ จะมารีวิวอีกเน่อ... ^_^"

Comment

Comment:

Tweet