หมวกกันน็อคของผมเอง

posted on 30 Sep 2012 02:50 by gingga in Diary

Helmet [หมวกกันน๊อต]

สำหรับนักบิด หรือ Rider อย่างผมหรืออีกหลายๆคนแล้ว สิ้งที่ต้องมีก็คือหมวกกันน็อคประจำตัวนี่แหละ ซึ่งหมวกกันน็อคเอง ก็มีหลายแบบ หลายเกรด หลายยี่ห้อ แหละหลายรูปทรง แล้วแต่การขับขี่ หรือรูปแบบ ของมอเตอร์ไซด์ที่เราขับนั่นเองครับ จุดประสงค์ของการใส่หมวกก็คือความปลอดภัยครับ หมวกกันน็อคสามารถลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับศรีษะได้อย่างมาก เนื้อหุ้มเหล็ก อย่างน้อยมีหมวกซักในกันไว้อีกทีก็ยังดีครับ หลักๆก็คือความปลอดภัยครับ ก่อนจะกลายมาเป็นแฟชั่นของมอเตอร์ไซด์ทรงต่างๆ ที่จะมีหมวกสำหรับมอเตอร์ไซค์รูปแบบนั้นๆ ประมาณว่า หมวกทรงนี้กับมอเตอร์ไซด์แบบนี้จะแมทกัน อะไรทำนองนี้ครับ 


หมวกกันน็อคมีหลายรูปแบบ หลายสไตล์ เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของมอเตอร์ไซด์ที่เราขับขี่ และรสนิยมของ Rider อย่างเราครับ 

หมวกสไตล์ Cafe Racer

หมวกกันน็อกแบบสปอร์ต

หมวกแบบ Enduro สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบาก

 

มอเตอร์ไซด์ที่ผมใช้ประจำ เฉพาะที่ขับได้ก็มี 2 คัน ก็คือ CBR-250R และ Yamaha Spark Z ที่เหลือเป็นซากรถครับ ถ้ามีโอกาสคงได้ชุบชีวิตขึ้นมาครับ

 

การเลือกหมวกกันน็อคนั้น สำหรับผมเองก็ไม่ได้มีหลักการอะไรมาก อันดับแรกที่ดูก็คือ Design ครับ ถ้ามันสวยถูกตาถูกใจ ก็พิจารณาเป็นอันดับแรก เรื่องคุณภาพทุกใบก็คงผ่าน มอก. อยู่แล้ว ไม่น่าต้องห่วง เหอๆ... แต่ว่าหมวกก็มีหลายยี่ห้อ มีตั้งแต่ถูกยันแพง ราคาตั้งแต่ หลักร้อย ถึงหลักหมื่นก็มี เรื่องกำลังทรัพก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเอามาคำนวนเวลาจะซื้อครับ แต่บางคนเค้าก็ยอมซื้อหมวกแพงๆ แล้วยอมกินมาม่าเป็นเดือนก็มีนะ หึหึ

ลองมาดูหมวกของผมมั่งดีกว่า

Bilmola Explorer 

ซื้อมาในราคา 3,700 บาท สีดำด้าน เป็นรุ่นที่ผมเปิดเจอในเว็บไซด์ แล้วชอบมาก ใบนี้มีออฟชั้นครบครัน ทั้งแว่นกันแดด 2 ชั้น ชิวหน้าทีสามารถถอดเปลี่ยนได้ มีช่องราบายอากาศ 4 จุดมีตัวล็อคที่แน่นหนาแต่สามารถปลดออกได้ง่าย เพียงแค่ดึงสลัก มีน้ำหนักเบาพอประมาณ แต่ก็ไม้เลาจนเกินไป ส่วนที่เป็นฟองน้ำซับใน สามารถถอดออกมาซักได้ มีรูปทรงที่ดุดัน ทันสมัยและเท่ห์มากกก แต่อาจจะมีขนาดใหญ่ไปถ้าคนตัวเล็กส่จดูเป็น SD เลยทีเดียว

 สามารถถอดกระจกหน้าออกมาทำความสะอาดได้ครับ 

 ยกคางได้ แต่ต้องยกทุกครั้งที่ใส่หรอกถอด ไม่งั้นมันจะแน่นมาก

 มีเลนส์กันแดดอีกชั้น สามารถพับขึ้นลงได้

ด้วยการกดสวิตสีแดงช์ด้านล้าง ทางซ้ายของหมวก

 สามารถถอดซับในออกมาซักได้

 ภายในข้อนข้างแน่นหนา พอสมควร

 ช่องระบายอากาศด้านบน

ส่วนตัวชอบที่ Design ภายนอกเลยครับ สวยดุดัน และทันสมัย 

Avex DX-1000

ซื้อมาในราคา 999 บาทเท่านั้นเอง เป็นหมวกทรงเต็มใบ หุ้มคาง ที่ซื้อเพราะมีลวดลายที่สวยงาม และน่าจะเข้ากับรถเรา ใบนี้ไม่มีออฟชั่นอะไรเยอะครับ มีช่องระบายอากาศอยู่ 2 จุด มีกระจกหรือชิลหน้า สามารถถอกเปลี่ยนได้ ตอนซื้อมาเป็นกระจกปรอท ผมเลยเปลี่ยนเป็นแบบสีดำธรรมดา เพราะตอนกลางคืนมองอะไรไม่เห็นครับ ตัวกระจกสามารถซื้อมาเปลี่ยนได้ ข้อดีของใบนี้ คือ ความเบาครับ น้ำหนักน้อยมาก เมื่อเทียบกับใบอื่นๆ ที่ชอบที่สุดคือลายมันสวยนี้แหละ

มีชัวล์ชั้นเดียว สามารถถอดมาทำความสะอาดได้

ลายแมงป่อง เท่ห์

Index Titan3 I-Shield 

ในรูปนี้มันโทรมมากแล้ว 55+

ซื้อมาในราคา 699 บาท ใบนี้ไม่มีที่หุ้มคาง แต่มีขนาดเล็กพกพาง่าย มีกระจก 2 ชั้น และช่องระบายอากาศ 2 จุดด้านบน หมวกของ Index ทรงนี้มีคนใช้เยอะมากครับ แต่อาจจะไม่ใช่รุ่นนี้ทุกใน ส่วนใหญ่จะเป็นชิลชั้นเดียวครับ ใบนี้พกง่าย ไม่กลัวหาย ฮ่าๆ แต่ก็ใช้ได้ดีเลยล่ะ 

 แว่นปรอทกันแดดอีกชั้นด้านใน

 BM Helmet "หมวกสำหรับคนซ้อน"

ซื้อมาในราคา 499 บาท เป็นหมวกขนาดเล็กครับ แค่ครึ่งใบ ผมซื้อมาสำหรับให้คนที่ซื้อท้ายใส่โดยเฉพาะ สามารถพกใส่กระเป๋าเป้ได้ง่ายๆ หรือใส่กระเป๋าติดถังได้ เพราะว่าเวลาขับในกรุงเทพ ถ้าคนซ้อนไม่ใส่หมวก จะโดนตำรวจมันเรียกไงครับ  รุ่นนี้ไม่ทราบชื่อรุ่นครับ เป็นของ BM Helmet ทรงนี้ มีหลายสี และหลาย Texture ครับ มีแว่นกันลม สามารถถอดออกมาใส่ได้ สะดวกมาก 

 ด้านในก็นิ่มพอใช้เลย

 ลายด้านข้าง 

ใส่ในกระเป๋าได้สบายๆ 

สำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ การป้องกันเพื่อความปลอดภัย สำคัญมากนะครับ ถ้าสามาถรเซฟได้ ก็เซฟไว้ก่อนครับ ส่วนการเลือกซื้อก็ แล้วแต่เราที่จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมครับ เพราะการใช้งานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง เช่น หมวกหนักไป หรือ ขนาดไม่พอดีกับหัวเรา หรือมุมมองของหมวกมันจำกัดไป ใช้หางตามองด้านข้างไม่ถนัด อะไรทำนองนี้ครับ 

สำหรับ Entry นี้ก็มีเท่านี้แหละครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ หรือกำลังจะซื้้อ หมวกซักใบ ส่วนตัวผมก็คงสะสมไปเรื่อยๆ ตามกำลังทรัพของตัวเองครับ ^_^"

 

Entry นี้ จะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตที่เป็นที่นิยมเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว สมัยที่บ้านเรา ประเทศไทย ยังนิยมใช้เครื่องยนต์ 2 [2T ย่อมาจาก 2Stroke] จังหวะเป็นหลัก ไม่ว่าจะขนาดเล็กใหญ่ หรือรูปแบบไหนๆ ก็เป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะหมดเลย ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซด์แบบ Family และ MiniSport,FamilySport ไปจนถึง มอเตอร์ไซค์สปอร์ต เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ที่ดูแลง่าย กลไกลไม่ซับซ้อน และทนทาน มีจุดเด่นที่สุด คือให้ความเร็วสูงถึงแม้จะมีความจุหรือ CC ไม่มาก อาจจะมีข้อเสียบ้างตรงที่ เสียงดัง ควันเยอะ และเปลืองน้ำมันมาก ถ้าเทียบกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ แต่เมื่อ 10 ปีก่อน น้ำมันลิตรละ 10 กว่าบาท เลยไม่มีใครแคร์เรื่องประหยัดน้ำมันเท่าไหร่ ซึ่งในบรรดา 2T ในยุคนั้น ก็มีรุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นตัวจี๊ดอยู่เยอะพอสมควรเลยล่ะ เลยเอามาเป็